ครูนอกระบบโรงเรียนหรือครู กศน. (Teacher of Non-formal and Informal Education)

ครู กศน.ตำบลช้างคลานและลุูกศิษย์กับการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่วัดบุพพาราม

ครูในสถาบันการศึกษาของประเทศนั้นเป็นบุคลากรที่สำคัญในการจัดการเรียนรู้ ออกแบบกิจกรรม จัดกระบวนการเรียนการสอนให้กับเด็กในชั้นเรียนเป็นอย่างมาก หากกล่าวถึงครูที่อยู่ตามโรงเรียนทั่วไป คงจะทราบกันว่ามีหน้าที่สอนให้กับนักเรียนในชั้นเรียนในระดับชั้นต่างๆ ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งอยู่ในสายสามัญการศึกษานั้นเอง  ผู้เขียนมีความสนใจเรื่องราวของครูนอกระบบโรงเรียนหรือครู กศน. ซึ่งอยู่ในสังกัดของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยมีการแบ่งประเภทของครูไว้หลายชื่อตำแหน่งดังนี้  1)ข้าราชการครู (ครูผู้ช่วย คศ.1 คศ.2 คศ.3 คศ.4)  2)พนักงานราชการ ได้แก่ ครูศูนย์เรียนรู้ชุมชนพระดาบส ครูมอแกน ครูศูนย์เรียนรู้ชุมชน ครูปอเนาะ ครู ศศช. การจัดการศึกษาสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูง (ศศช.) ครูอาสาสมัคร และครู กศน.ตำบล  และ 3)ครูอัตราจ้างเหมาบริการ ได้แก่ครู ศรช. ครูสอนคนพิการ ครู ปวช. และครูสอนเด็กเร่ร่อน (รายงานประจำปี 2559 ของสำนักงาน กศน.)

การพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคลากร กศน.จังหวัดเชียงใหม่

หากพิจารณาบทบาทหน้าที่ของครู กศน.แล้วนั้น มีบทบาทในหน้าที่หลักและหน้าที่ตามนโยบายของหน่วยงาน คือ 1)การจัดการศึกษานอกระบบในขั้นพื้นฐาน  2)การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ประกอบด้วย การศึกษาชุมชน การศึกษาเพื่อสังคม การศึกษาเพื่อทักษะชีวิต 3)การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย 4)การทำงานประสานกับหน่วยงานของรัฐในระดับพื้นที่ เช่น การทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนแนวปฏิบัติงานร่วมกับชุมชน  5)งานบริหารจัดการในส่วนของงานด้านธุรการ ด้านงบประมาณ ด้านการจัดกระบวนการเรียนการสอนเหมือนกับครูในระบบทุกอย่าง และการจัดการด้านไอซีทีในระดับพื้นที่ และ 6)ความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย  ทั้งในระดับส่วนตัว และในระดับขององค์กร เช่น กศน.ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับความเอื้อเฟื้อในด้านสถานที่จากวัดบุพพารามใช้เป็นพื้นที่ในการจัดการเรียนการสอน ทั้งเรียนด้วยวิธีการพบกลุ่มและใช้ไวไฟด้วยตนเองและโทรทัศน์ด้านการศึกษา (ETV) การลงพื้นที่ในวันธรรมดา ส่วนมากจะเป็นโครงการกิจกรรมในเรื่องการศึกษาต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นโครงการของ กศน.เอง และเป็นโครงการที่วัดร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ครู กศน.นอกจากมีหน้าที่หลักและรองตามข้างต้นแล้ว ยังมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายของส่วนราชการหรือผู้บริหารระดับสูงได้มอบหมายทั้งด้วยความเร่งด่วน ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่ครู กศน.มีนอกเหนือจากครูโดยทั่วไป หากเป็นไปได้การให้การสนับสนุนและส่งเสริมทั้งในด้านงบประมาณและการกระจายอำนาจที่ชัดเจนไปสู่ระดับพื้นที่การปฏิบัติงานในระดับตำบลแล้วจะเป็นตัวเร่งในการพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอีกทางหนึ่ง พร้อมกับการให้ขวัญและกำลังใจด้านต่างๆ ต่างที่จำเป็นก็จะช่วยให้ครู กศน.มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

บทสรุป ในการกระจายอำนาจงบประมาณในระดับศูนย์ กศน.ระดับตำบล จึงมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งกับการจัดการศึกษาให้กับประชาชนในพื้นที่ ชุมชนที่ด้อยโอกาสและขาดโอกาสอีกเป็นจำนวนมาก ในลักษณะเช่นเดียวกันกับโครงการตำบลละ 1 หรือ 10 ล้านบาทของมหาดไทย เป็นต้น เพราะการประสานในภาพรวมส่วนกลางดูเหมือนจะมากแต่มาลงในระดับตำบล กศน.จะมีเพียงเล็กน้อย ซึ่งไม่สอดคล้องกับโครงการ/กิจกรรมที่ต้องดำเนินการที่ใช้จำนวนมากในแต่ละปีกับกลุ่มผู้เรียนที่หลากหลาย หากรัฐบาลเห็นความสำคัญด้านการศึกษาควรจัดงบประมาณให้กับการจัดการศึกษาตลอดชีวิต โดยเฉพาะการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัยในเชิงพื้นที่ให้มากกว่านี้และอย่างต่อเนื่อง ไม่นำเอาการเมืองมาแทรกแซงหรือชี้นำในการทำงานของการศึกษาในเชิงพื้นที่ ก็จะช่วยให้ประชาชนในประเทศเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก

ดร.วัยวุฒิ บุญลอย /9 กุมภาพันธ์ 2561

 

Advertisements
โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

สาระสำคัญของพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551

พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551
IMG_4353IMG_4397เป็นกฎหมายด้านการศึกษาฉบับหนึ่งที่เป็นเครื่องมือและกลไกในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยการศึกษาทั้ง 2 รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่ว่าด้วย การศึกษาตลอดชีวิต (การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) สำหรับสาระสำคัญของพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 ได้ระบุไว้ดังนี้ 1)ว่าด้วยเรื่องของคำนิยามและความหมาย อาทิเช่น ความหมายของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  การส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา คณะกรรมการชุดต่างๆ  ตลอดจนนิยามของภาคีเครือข่าย เป็นต้น  2)ว่าด้วยการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 3)ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ตามโครงสร้างของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ของเลขาธิการ กศน.และสำนักงานกศน.  4)ว่าด้วยองค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในชุดต่างๆ อาทิเช่น ชุดใหญ่ในระดับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ  ชุดคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด/กรุงเทพมหานคร และในระดับอำเภอ และชุดคณะอนุกรรมการภาคีเครือข่ายที่มีความสำคัญต่อการทำงานในระดับเชิงพื้นที่ปฏิบัติกับชุมชน เป็นต้น  รวมถึงอำนาจหน้าที่ที่ระบุไว้ตามมาตราของพระราชบัญญัติดังกล่าว 5)สถานศึกษาและบทบาทของครูกศน.ในระดับอำเภอและตำบลในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และ6)ว่าด้วยการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาของกศน. โดยสาระสำคัญตามไฟล์ที่แนบมาพร้อมนี้ เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้า ศึกษาทางวิชาการต่อผู้ที่สนใจในเรื่องนี้ต่อไป

ดร.วัยวุฒิ  บุญลอย / 26 มกราคม 2561

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Systems)

ω องค์การสหประชาชาติ หรือUN นั้นเป็นองค์กรผู้นำทางด้านการศึกษา โดยมีองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO (วิกิพีเดีย. 2559: ออนไลน์) ซึ่งเป็นองค์กรที่เป็นทบวงการชำนาญพิเศษของสหประชาชาติ ได้ช่วยเหลือ พัฒนาและปฏิรูปประเทศต่างๆ ในภาพรวมของระบบการศึกษาทั้งหมด (ในระบบ นอกระบบและอัธยาศัย) เพื่อเด็ก เยาวชน คนวัยหนุ่มสาว และผู้ใหญ่ โดยยูเนสโกได้มีการวางแผนและบริหารจัดการระบบการศึกษาเพื่อช่วยเหลือให้ประเทศต่างๆ มีคุณภาพการเรียนรู้ตลอดชีวิตกับทุกๆ คน และที่สำคัญได้มีการสนับสนุนทางด้านเทคนิคในลักษณะที่เป็นสูตรและแนวทางการปฏิบัติของนโยบาย เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายและการทำงานที่คาดหวังในชีวิต ซึ่งยูเนสโกได้พัฒนาและสนับสนุนโปรแกรมที่เข้มแข็งในทุกระดับของการศึกษา

การศึกษาต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วนในสร้างเยาวชน

การศึกษาต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วนในสร้างเยาวชน

การดูแลเด็กในช่วงเริ่มต้นและการศึกษา (Early Childhood Care and Education, ECCE) เพื่อเป็นการให้การดูแลและพัฒนาต่อเด็กตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 8 ขวบ ซึ่งเป็นลำดับความสำคัญในขอบเขตงานขององค์กร โดยยูเนสโกได้ทำงานร่วมกับรัฐบาล และผู้ร่วมงาน เพื่อขยายประโยชน์และคุณภาพให้การดูแลและพัฒนากับเด็กตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 8 ขวบในทั่วโลก (ยูเนสโก. 2559: ออนไลน์) ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต

     วัยวุฒิ บุญลอย / 25 เมษายน 2559

 

 

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

การศึกษานำการเมืองเพื่อแก้ปัญหาสังคมไทย

 Ω การศึกษากับการแก้ปัญหาสังคมไทย เราจะสอนเด็กไทยอย่างไร ให้เขาเป็นคนเก่ง ดี และมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว และเคารพศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ตลอดจนมีความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นโจทย์หลักที่สำคัญในปัจจุบัน เพราะปัญหาบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีผลพวงมาจากคนที่เป็นผู้ใหญ่ที่มีผลมาจากการเลี้ยงดูในอดีตนั่นเอง ดังนั้น หากประเทศไทยต้องการให้สังคมมีความสุข ความเจริญและแก้ปัญหาการเมือง ตลอดจนปัญหาที่เกิดขึ้นเกือบทุกเรื่องของประเทศในปัจจุบันและในอนาคต ก็คงต้องให้กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นกระทรวงหลักต้องกำหนดนโยบายและแนวทางในการจัดการศึกษาที่ชัดเจน โดยให้การศึกษาและการอบรมเด็ก เยาวชน ตั้งแต่ในวัยเด็กเล็กจนถึงวัยเยาว์ ภายใต้หลักคิดและหลักการที่ว่า

เยาวชนในบริเวณน้ำท่วมวัดวงษ์ฆ้อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เยาวชนในบริเวณน้ำท่วมวัดวงษ์ฆ้อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

“จะสอนเด็กไทยอย่างไร ให้เขาเป็นคนเก่ง ดี และมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว และเคารพศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ตลอดจนมีความเป็นประชาธิปไตย” ก็จะเป็นหนทางที่ช่วยแก้ปัญหาของประเทศไทยได้ในอนาคต สถาบันการศึกษาและผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา จะทำอย่างไรให้ผู้เรียนนั้น ได้เข้าถึงและได้เรียนในสิ่งที่ต้องการเรียน ซึ่งก็หมายถึง ได้เรียน ได้ทำในสิ่งที่อยากเรียน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพตามความต้องการและความถนัดของตนเอง การศึกษานำการเมืองเพื่อแก้ปัญหาสังคมไทย

 

วัยวุฒิ บุญลอย / 22 เมษายน 2559

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

แนวคิดใหม่โครงการสวัสดิการสำหรับข้าราชการและพนักงานของรัฐ

Ω การเข้าทำงานในภาครัฐนั้น มีขั้นตอนตั้งแต่ในการรับเข้าไปจนถึงขั้นออกจากราชการ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย สำหรับช่วงระยะเวลาในการทำงานโดยทั่วไปคนๆ หนึ่งจะมีระยะเวลาในการทำงานประมาณ 30-42 ปี (เริ่มอายุ 18ปี ไปจนถึงเกษียณอายุ 60 ปี) และเมื่อออกจากราชการแล้ว เงินที่ได้รับจะอยู่ในการจ่ายตามระเบียบระบบบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือการรับเงินเป็นบำนาญ (รายเดือน) และบำเหน็จ ซึ่งเป็นเงินก้อนเดียว แล้วแต่ความประสงค์และด้วยเงื่อนเวลาและเหตุผลที่กำหนดไว้ในระเบียบ ดังนั้น การจัดระบบสวัสดิการให้กับบุคลากรของรัฐ จึงมีความสำคัญและมีความจำเป็นในยุคโลกาภิวัตน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเกือบทุกด้าน100_1560

จากสภาพปัญหาที่พบในปัจจุบัน เช่น การเป็นหนี้ของบุคลากรทางการศึกษา (ครู) และข้าราชการที่เป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี ปัญหานี้จะแก้ไขอย่างไรให้ความเดือดร้อนนั้นบรรเทาและลดน้อยลง เพื่อให้สภาพชีวิตของบุคลากรมีความสุขและสร้างรากฐานชีวิตได้ด้วยตนเอง อีกทั้งเป็นการแรงจูงใจในการทำงานให้กับหน่วยงานในระยะยาว โดยขอเสนอแนวทางการจัดสวัสดิการแนวใหม่ ซึ่งมีหลักคิดจากระยะเวลาในการทำงานของข้าราชการและพนักงานของรัฐที่มีระยะเวลาในการทำงานประมาณ 30-42 ปี (เริ่มอายุ 18ปี ไปจนถึงเกษียณอายุ 60 ปี) มาเป็นกรอบกำหนดช่วงเวลาในการให้เงินล่วงหน้า (หรือจะเรียกชื่อเป็นอย่างอื่นได้ตามความเหมาะสม) ซึ่งแบ่งจ่ายตามช่วงระยะเวลาตามจำนวนเงินที่กำหนดในแต่ละช่วง ดังนี้  แนวคิดใหม่โครงการสวัสดิการสำหรับข้าราชการและพนักงานของรัฐ

วัยวุฒิ บุญลอย /22 เมษายน 2559

 

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

Shopping Education

Shopping Education

แนวคิดที่มาของ Shopping Education นั้นมีที่มาจากการสังเกต สภาพความเป็นจริงของชีวิตประจำวันของคนทั่วไป เมื่อต้องการเลือกซื้อสิ่งของ เครื่องใช้ ของใช้สำหรับการอุปโภคและบริโภค จากห้างสรรพสินค้าที่มีสินค้าให้เลือกมากมายหลายประเภท ชนิด ตามหมวดหมู่ต่างๆ ที่จัดไว้อย่างลงตัว ตามความต้องการของลูกค้าหรือผู้บริโภค เกือบทุกเพศ ทุกวัย โดยไม่จำกัดอายุ และมีเวลามากพอสมควรที่ใช้สำหรับการเลือกซื้อสินค้าและพิจารณาสินค้าต่างๆ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นวิถีของคนในเมืองใหญ่ และตามเมืองต่างๆ ของแต่ละจังหวัดที่มีให้เห็นโดยทั่วไปในประเทศ ไปจนถึงภูมิภาคอาเซียน ทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ซึ่งเป็นความหมายที่ใช้และเข้าใจกันทั่วไป

อ้างอิงภาพจาก www.sriannat.com

อ้างอิงภาพจาก http://www.sriannat.com

สำหรับภาพในอนาคตรูปแบบการจัดการศึกษาจะเปลี่ยนไปจากเดิมคือ จะเป็นรูปแบบการเรียนที่ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนวิชาต่างๆ ตามความชอบและความสนใจ สถาบันการศึกษาจะไม่มีคณะ/วิทยาลัย แต่จะมีวิชาให้ผู้เรียนเลือกเรียนได้ตามความต้องการในลักษณะการช็อปปิ้ง (shopping) เหมือนกับการเลือกซื้อของหรือสินค้าในห้างสรรพสินค้า Shopping Education

วัยวุฒิ บุญลอย/12 เมษายน 2559

 

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

ขนมจีนน้ำยายายแผ้ว

เมื่อกล่าวถึงอาหารคาว คงจะไม่มีใครที่จะปฏิเสธได้ว่าไม่รู้จักขนมจีน เนื่องจากสมัยก่อนนั้นหากินได้ง่ายตามงานวัด งานทำบุญต่างๆ รวมถึงมีแม่ค้าที่หาบขายของด้วยกระจาด แต่มาในปัจจุบันก็มีขายตามร้านอาหาร ตลาดนัด ตลาดน้ำ และตามแหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง เป็นต้น สำหรับของหวานที่กินคู่กับขนมจีน ถ้าจะให้ดีและอร่อยก็คงเป็นลอดช่องน้ำกะทิใส่ด้วยน้ำแข็งทั้งหวานและมันตามแบบดังเดิมครับ ที่ขอพูดถึงขนมจีน ด้วยมีเหตุที่ว่า ผมกินขนมจีนน้ำยา น้ำพริก จากฝีมือของยายแผ้วมาตั้งแต่สมัยเด็ก เพราะสมัยก่อนยังเป็นบ้านในลักษณะที่เป็นบ้านหลังห่างๆ กัน และรู้จักกันทั่วหมู่บ้านแทบจะว่าได้ จนมาถึงปัจจุบันอายุของยายแผ้วก็ปาเข้าไป 80 กว่าปีแล้ว100_7762 ยายก็ยังยึดอาชีพนี้อยู่และฝีมือแก่ก็ยังไม่ตกด้วย รสชาตินั้นยังคงอร่อยเหมือนเดิม อีกทั้งอุปนิสัยของยายนั้นยิ้มเก่ง อัธยาศัยดีเป็นที่รักของคนทั่วไปครับ ขนมจีนน้ำยาของยายแผ้วนี้ อร่อยที่น้ำยา และน้ำพริก100_7755 ประกอบผักที่ใช้กินร่วมกัน ซึ่งที่นั้นเขาเรียกว่า “ผักเหมือก” ก็เป็นคำที่คนสมัยก่อนนั้นเขาเรียกตามกันมา มาพูดถึงน้ำยาแล้วนั้นมีความเข้มข้น ทั้งเครื่องแกงและส่วนผสมของเนื้อปลาที่ใช้ ซึ่งรสชาติออกจะเผ็ด แต่อร่อยถึงใจ ส่วนน้ำพริกนั้นก็เข้มข้นไม่แพ้กันออกจะติดหวานและมีส่วนผสมของถั่วลิสงปนด้วย กล่าวได้ว่าเป็นลักษณะเด่นของขนมจีนน้ำยายายแผ้วเลยทีเดียวครับ หากถ้ามีโอกาสผ่านไปที่จังหวัดชุมพรแล้ว เมื่อผ่านสี่แยกปฐมพร แล้วเข้ามาตัวเมืองจังหวัดชุมพร โดยร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามและเยื้องกับห้างเทสโก้ โลต้ส ซึ่งอยู่ใกล้กับบริษัทเบทาโก้ ลองแวะชิมนะครับ

วัยวุฒิ บุญลอย /30 กรกฎาคม 2558

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น